Hollister France

Hollister France

Hollister France

Hollister France

Hollister France

Hollister

Hollister

Hollister

Hollister

Hollister

Hollister

Hollister

Woolrich Outlet

Woolrich

hogan

hogan

hogan

Hogan Sito Ufficiale Hogan Scarpe Hogan Outlet Hogan Scarpe Hogan Hogan Scarpe Hogan Interactive Hogan Donna Scarpe 2013 Hogan Scarpe Outlet Hogan Vendita Hogan Hogan Scarpe 2013 Hogan Scarpe Hogan Scarpe Hogan Hogan Outlet Hogan Scarpe Outlet Hogan Scarpe Donna Hogan Scarpe Hogan Outlet Scarpe Hogan Hogan Sito Ufficiale Scarpe Hogan2013 Hogan Hogan Scarpe Donna Hogan Scarpe Donna Hogan Interactive Hogan 2013 Hogan Online Hogan Italia Hogan Scarpe
woolrich ASK Hollister Hollister abercrombie abercrombie abercrombie abercrombie woolrich parka Hollister Holliter France Hollister Hollister France Magasin Vetement Hollister Hollister Soldes Hollister Pas Cher Pas Cher Hollister Hollister Vente Hollister En ligne Hollister 2013 Hollister France Hollister France 2013 Hollister Hollister Hollister Magasin Hollister Vente Hollister Homme Hollister Pas Cher Hollister T Shirts Hollister Paris Boutique Hollister Vetements Boutique Hollister Pas Cher Pas Cher Hollister Hollister Hommes Hollister France Vente Hollister Hollister sortie 2013 Pas Cher Hollister Hollister Pas Cher
 











ผู้รับผิดชอบโครงการ

มูลนิธิกองทุนไทย
2044/23 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
โทร. 02-318-3959, 02-314-4112-3 Fax. 02-718-1850
Website address: http://www.tff.or.th , http://www.actart.org

ความเป็นมา หลักการและเหตุผล : สถานการณ์ และสภาพปัญหาของเด็กและเยาวชน

เด็กและเยาวชนในสภาพสังคมปัจจุบัน ต้องเผชิญกับปัญหา ปัจจัยเสี่ยงและสิ่งยั่วยุต่างๆ มากมาย ซึ่งล้วนแต่ส่งผลต่อสุขภาวะของเด็กและเยาวชนทั้งสิ้น จาก "ข้อมูลเด็กไทยบนทางสามแพร่ง: บทสังเคราะห์กรณีศึกษาเด็กและเยาวชนระดับจังหวัดในโครงการติดตามสภาวการณ์เด็กและเยาวชนรายจังหวัด" โดย ดร.จุฬาภรณ์ มาเสถียรวงศ์ สรุปให้เห็นภาพปรากฎการณ์เด็ก 3 กลุ่ม ที่มีวิถีชีวิตแตกต่างบนเส้นทางชีวิต 3 ทาง  ได้แก่ เด็กเสี่ยง ที่ใช้ชีวิตอยู่บนเส้นทางสีเทา เป็นกลุ่มเด็กที่มีปัญหาครอบครัว ใช้ชีวิตบนพื้นที่เสี่ยง หลงสื่อ ตามเพื่อน ลืมบ้าน เด็กเสีย เป็นกลุ่มเด็กที่มีชีวิตผิดพลาด หลงไปอยู่บนเส้นทางสีดำ ใช้ชีวิตบนพื้นที่ร้ายและแหล่งอบายมุข มีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ติดเหล้า ติดเซ็กส์ ติดยา ค้าบริการทางเพศ และเด็กใส เป็นเด็กที่เติบโตบนเส้นทางสีขาว มีพื้นที่สร้างสรรค์และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพัฒนาชีวิต เป็นกลุ่มเด็กที่ใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ มีกิจกรรมดี รักอาสา ใฝ่เรียนรู้ ชอบสร้างสรรค์ ทั้งนี้ปัจจัยและเงื่อนไขที่เป็นแรงขับให้เด็กก้าวสู่เส้นทางที่แตกต่างกันนั้น พบว่าเกือบทั้งหมดเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับ ครอบครัว  พื้นที่  สื่อ  และการศึกษา

ข้อค้นพบจากการสังเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันเด็กและเยาวชนไทยเติบโตในท่ามกลางพื้นที่เสี่ยง หลากหลายรูปแบบ นับตั้งแต่ พื้นที่ครอบครัว ที่มีแต่ความแตกแยก ความรุนแรง พื้นที่โรงเรียน ที่แวดล้อมด้วยสภาพ หอพักที่ไร้ระเบียบ ร้านเหล้า ร้านเกม และเป็นพื้นที่ที่เสี่ยงต่อปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น แอบเสพยา หนีเรียน นอกจากนี้ใน พื้นที่สื่อ หรือบนไซเบอร์สเปซ ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ด้วยตนเอง กลับเป็นพื้นที่เสี่ยงที่เต็มไปด้วยภาพเสมือนที่มอมเมาเด็กและเยาวชน และมากกว่านั้น  พื้นที่ในชุมชน รวมถึง  พื้นที่ทางสังคมที่ล้อมรอบตัวเด็ก ก็เต็มไปด้วยอบายมุขมากมาย  ส่งผลให้เด็กและเยาวชนมีแนวโน้มที่จะกระทำผิดและตกเป็นเหยื่อ ที่นับวันยิ่งเพิ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น ไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง ขาดที่ปรึกษา  ทิศทางชีวิตจึงหันเหไปในเส้นทางที่ไม่รู้ว่าผิดหรือถูก เปิดรับกับทุกสื่อที่ตอบสนองความต้องการของวัย โดยขาดคำแนะนำว่าสิ่งนั้นถูกต้องหรือไม่

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ต่างๆ ข้างต้นสามารถสร้างให้เป็นพื้นที่ที่ดี มีคุณค่า มีความหมาย สำหรับเด็กและเยาวชนได้ หากพื้นที่ครอบครัวเต็มไปด้วยความรัก ความเข้าใจ และส่งเสริมให้โอกาส พื้นที่โรงเรียนมีกิจกรรมที่หลากหลายเข้าถึงใจเด็ก พื้นที่รอบนอกโรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้เสริมทักษะ พื้นที่ชุมชนส่งเสริมความรักท้องถิ่น พื้นที่ทางสังคมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ก้าวไปสู่การเป็นสมาชิกที่ดี มีจิตอาสา มีสำนึกสาธารณะต่อบ้านเมือง รวมถึงพื้นที่สื่อที่เปิดโลกการเรียนรู้ไร้พรมแดน ก็จะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเด็ก ทั้งในแง่ความปลอดภัย เอื้ออาทร ใฝ่เรียนรู้ ใฝ่ดี เห็นคุณค่าของตนเอง และเห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน

เด็กและเยาวชนล้วนแต่ต้องการพื้นที่ที่ให้โอกาส การขยายพื้นที่ดีเพื่อเด็กและเยาวชนให้มีมากกว่าที่เป็นอยู่ หรือการทำให้พื้นที่ที่มีอยู่กลายเป็นพื้นที่คุณภาพ เพื่อเป็นปัจจัยในการสร้างคุณภาพของเด็กและเยาวชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ

งานศิลปะกับการสร้างพื้นที่ดีสำหรับเด็กและเยาวชน

เด็กและเยาวชนเป็นวัยที่ต้องการแสดงออก เป็นวัยที่มีพลัง มีศักยภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ มีจินตนาการ ที่สามารถใช้ในการสรรค์สร้างงานต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานศิลปะ ดังที่เราเห็นจากกลุ่มเยาวชนจำนวนมากที่รวมตัวกันทำกิจกรรมทางศิลปะต่าง ๆ เช่น การตั้งวงเล่นดนตรี การร้องเพลง การแต่งเพลง การเขียนเพลง การทำดนตรี การเต้นรำ การทำหนังสั้น ทำหนังสือทำมือ การทำเว็บไซต์ การเล่นละคร การวาดภาพระบายสี กลุ่มกราฟฟิตี้ (สีพ่นกำแพง) รวมไปถึงกิจกรรมค่ายศิลปะ ตลอดจนการแสดงพื้นบ้านต่างๆ หรือศิลปะสร้างสรรค์ประเภทอื่น ๆ ฯลฯ ถ้าหากเด็กและเยาวชนได้รับเวลาและได้รับโอกาสในการสร้างสรรค์งานที่ตัวเองรัก จะเป็นพลังผลักดันที่ทรงพลัง ที่ทำให้เด็กและเยาวชนรู้ถึงคุณค่าในตัวเอง และได้รับการยอมรับจากสังคม ทำให้มีสติ มีสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจ จนแข็งแรงพอที่จะปฎิเสธอบายมุขต่าง ๆ และจะเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต

นอกจากนี้ สิ่งหนึ่งซึ่งมีความสำคัญต่อความคิดและเส้นทางการใช้ชีวิตของเด็กและเยาวชนก็คือ จิตสำนึกในการรักชุมชนตนเอง รักบ้านเกิดตนเอง รักประเทศตนเอง ดังนั้นจึงต้องสร้างจิตสำนึก รักหวงแหนในเอกลักษณ์ หรือลักษณะเฉพาะลักษณะเด่น ของชุมชนตนเอง ทำให้เยาวชนในชุมชนนั้นๆ ตระหนักถึงความสำคัญของเอกลักษณ์ต่างๆ ในชุมชน โดยการนำเอารากเหง้าและเอกลักษณ์ต่าง ๆ เหล่านั้น มาถ่ายทอดผ่านทางงานศิลปะที่เขาถนัดและรักที่จะทำ

การปลูกฝังความรู้สึกรักและหวงแหนในเอกลักษณ์ของชุมชนให้แก่เด็ก ๆ นับว่าเป็นอีกแรงสำคัญที่จะช่วยรักษาเอกลักษณ์ต่าง ๆ ของแต่ละชุมชนให้คงไว้ได้  การนำเอาศิลปะมาเป็นแรงกระตุ้นให้เด็ก ๆ ในชุมชนมีจิตสำนึกและตระหนักถึงคุณค่าของชุมชน จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มเด็กและเยาวชน และสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ชุมชนต่าง ๆ นั่นเอง

ชุดโครงการสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน: สานศิลป์...รักษ์ถิ่นเกิด

มูลนิธิกองทุนไทย (TFF) ซึ่งเป็นองค์กรที่ร่วมผลักดันกิจกรรมพัฒนาเด็กและเยาวชน ร่วมกับองค์กรภาคีต่าง ๆ เป็นจำนวนมากมาอย่างต่อเนื่อง ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของสถานการณ์และสภาพปัญหาของเด็กและเยาวชนดังกล่าว ประกอบกับมูลนิธิฯ มีทักษะ มีการดำเนินงาน และมีภาคีเครือข่ายที่ร่วมมือกัน ในงานส่งเสริมการใช้ศิลปะวัฒนธรรม มาสนับสนุนการทำงานพัฒนา ตัวอย่างเช่น งานส่งเสริมเยาวชนทำสื่อ, งานส่งเสริมดนตรีสร้างสุข, งานจัดค่ายเพลง สอนเยาวชนเขียนเพลง ทำดนตรี, งานจัดทำอัลบั้ม “เพลงค่าย”, งานจัดทำหนังสือพ๊อกเก็ตบุ๊ค “ค่ายอาสา”, งานจัดทำสื่อสารคดี (VCD) เกี่ยวกับงานพัฒนาต่าง ๆ, งานจัดทำเว็บไซต์  ฯลฯ  จึงได้ริเริ่มจัดทำ “ชุดโครงการสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน: สานศิลป์...รักษ์ถิ่นเกิด (Arts for the Mother land)”ขึ้น เพื่อสร้างพื้นที่ดีๆ ให้เด็กและเยาวชนในชุมชนนั้น ๆ ได้รับโอกาสในการสร้างสรรค์งานที่ตัวเองรัก ซึ่งจะเป็นพลังผลักดันให้เด็กและเยาวชนรู้ถึงคุณค่าในตัวเองและได้รับการยอมรับจากสังคม ตลอดจนได้เรียนรู้ถึงเอกลักษณ์ต่าง ๆ ในชุมชนที่ตนอาศัยอยู่ ทำให้เกิดความรู้สึกรักในรากเหง้า ภูมิปัญญา และเอกลักษณ์ต่าง ๆ ของชุมชนตนเอง  

ชุดโครงการฯ จะเน้นให้กลุ่มเด็กและเยาวชนได้นำเสนอโครงการ การจัดทำโครงการศิลปะ หรือ กิจกรรมทางด้านศิลปะ ในทุกสาขา ทุกรูปแบบ จากจินตนาการของเด็ก ๆ ซึ่งเป็นศิลปะเพื่อชุมชนตัวเอง  โดยเริ่มจากให้มีการค้นหาความโดดเด่นทางวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่นของตนเอง ให้มีการศึกษาค้นคว้าข้อมูลท้องถิ่น ทั้งจากการพูดคุยสนทนา การสัมภาษณ์ผู้เฒ่าผู้แก่ และจากการค้นคว้าหนังสือตำราต่าง ๆ มาเป็นข้อมูลสำหรับการสร้างงานศิลปะหรือกิจกรรมด้านศิลปะ ให้มีการสร้างงานศิลปะหรือทำกิจกรรมด้านศิลปะต่างๆ และให้มีการนำเสนอผลงาน โดยชุดโครงการฯ จะเน้นการสร้างกลไกให้ผู้ใหญ่ในชุมชนมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของเด็กและเยาวชนในรูปแบบของที่ปรึกษาและผู้สนับสนุน เพื่อให้เกิดความใกล้ชิดระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ในชุมชน และเกิดการสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้ทำกิจกรรมในพื้นที่ดีอย่างต่อเนื่อง

การสร้างความภาคภูมิใจ สร้างคุณค่าให้กับงานศิลปะวัฒนธรรมในท้องถิ่น เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เด็ก เยาวชน คนหนุ่มสาว อยากเรียนรู้ และภาคภูมิใจที่ได้เป็นผู้สืบทอดและอนุรักษ์ศิลปะในชุมชนตนเองอย่างยั่งยืน  โดยถ่ายทอดผ่านผลงานศิลปะแขนงต่าง ๆ ซึ่งเป็นการเปิดโลกชุมชนในจิตนาการของเด็ก ๆ ทั้งยังสร้างความภาคภูมิใจและความรักในชุมชนของตนเอง เมื่อพื้นที่ดี ๆ เหล่านี้เกิดขึ้น สังคมไทยก็จะเต็มไปด้วยเด็กใส และเด็กเสี่ยง - เด็กเสีย ก็จะลดน้อยลง

กรอบแนวคิดและยุทธศาสตร์หลักของโครงการ

“ชุดโครงการสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน: สานศิลป์...รักษ์ถิ่นเกิด (Arts for the Mother land)” มีแนวความคิดในการสร้างพื้นที่ดี ๆ ให้กับเด็กและเยาวชน ให้ได้รับโอกาสในการสร้างสรรค์งานที่ตนเองรัก และเกิดการพัฒนาทักษะ การออกแบบ การดำเนินงาน และบริหารจัดการโครงการ  โดยสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนรวมกลุ่มจัดทำโครงการและทำกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกัน  ทำให้รู้ถึงคุณค่าในตัวเอง และได้รับการยอมรับจากชุมชนและสังคม ซึ่งจะเป็นพลังผลักดันสำคัญ ที่ทำให้เด็กและเยาวชนมีสติ มีสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจ ที่แข็งแรงพอที่จะปฏิเสธอบายมุขต่างๆ ที่เข้ามารุมเร้าอยู่รอบๆ ตัวเด็กและเยาวชน ไม่ตกไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยง

ชุดโครงการฯ มียุทธศาสตร์หลักในการใช้การสร้างสรรค์งานศิลปะแขนงต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่สนใจของเด็กและเยาวชนจำนวนมาก สอดคล้องกับวัยของเด็กและเยาวชนที่ต้องการแสดงออก มีพลัง มีศักยภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ และมีจินตนาการ  ประกอบกับใช้การสร้างจิตสำนึกรักษ์ท้องถิ่น ให้กลุ่มเด็กและเยาวชนได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์งานที่ตนเองรัก เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ เกิดความภาคภูมิใจ รู้ถึงคุณค่าของตัวเองและชุมชนบ้านเกิด ทำให้ชุมชนและสังคมให้การยอมรับ 

เป็นการนำมิติวัฒนธรรม สังคม ค่านิยม สู่การพัฒนาเด็ก เยาวชน และชุมชน ให้เกิดสุขภาวะทางสังคม และปัญญา (Social & Spiritual Health)

วัตถุประสงค์ของโครงการ

1. เพื่อเปิดพื้นที่ทางเลือก พื้นที่ดีๆ ให้กับกลุ่มเด็กและเยาวชนได้มีโอกาสในการคิดริเริ่ม สร้างสรรค์งานศิลปะที่ตนเองรัก เกิดการพัฒนาทักษะ การออกแบบ ดำเนินงาน บริหารจัดการโครงการ ทำให้รู้ถึงคุณค่าในตัวเอง ได้รับการยอมรับจากสังคม มีสติมีสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจที่แข็งแรงในการปฎิเสธอบายมุขต่างๆ ได้
2. เพื่อให้เด็กและเยาวชน รับรู้ ตระหนัก ภาคภูมิใจ และรักหวงแหนในคุณค่าของเอกลักษณ์ชุมชนตนเอง  และเกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการดำเนินงานร่วมกัน ระหว่างกลุ่มเด็กและเยาวชน ชุมชน และองค์กรต่างๆ ในท้องถิ่น

กลุ่มเป้าหมายของโครงการ

กลุ่มเป้าหมายและผู้รับผลประโยชน์หลักของชุดโครงการฯ คือ เด็กและเยาวชนในชนบท ทั้งกลุ่มเด็กและเยาวชนในชุมชน และกลุ่มเด็กและเยาวชนในโรงเรียน  ที่มีอายุระหว่าง 10-25 ปี ที่รวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน มีสมาชิกกลุ่มไม่น้อยกว่า 10 คน จำนวน 60 กลุ่ม จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ 600 คน

แนวทางการดำเนินงาน

1. ใช้กระบวนการ "กระจายทุนสนับสนุนการทำโครงการของกลุ่มเด็กและเยาวชน"
2. ใช้ "งานศิลปะ" เป็นเครื่องมือในการสร้าง "พื้นที่ดี" สำหรับเด็กและเยาวชน
3. ใช้ "เอกลักษณ์ชุมชน" เป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงกลุ่มเด็กและเยาวชนกับชุมชน
4. ใช้ "ศิลปะแนวสร้างสรรค์ – ศิลปะเพื่อชุมชน" เป็นเครื่องมือในการเชื่อมร้อยเครือข่ายเด็กและเยาวชนสานศิลป์รักษ์ถิ่นเกิด